ตอนวันที่ 16 เดือนกันยายน ที่ภ.จว.จังหวัดสงขลา พล.ตำบลท.สุรเชษฐ์ หักหาเรื่อง ผู้ช่วยผู้บังคับบัญชาตำรวจ รอง ผู้อำนวยการศพดส.ตำรวจ กล่าวมาว่าพนักงานที่ทำหน้าที่ด้านการสอบสวน สภ.สิงครั้งครรับมอบตัว ร้อยตำรวจตรีหญิง ชนิดา ไชยเสนะ ด.ต.หญิง เรวดี สุดงษ์ ด.ต.หญิง คุณดี ชโนวรรณะ สิบตำรวจเอกหญิง รดา หนูอาจจะ ว่าที่ ร้อยตำรวจโทชาตรี ทรหดอดทน และก็ ว่าที่ ร้อยตำรวจโทคุ้นชินดนัย แก้วศรีราวงษ์ ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ตรวจคนเข้าเมือง นายนิติ อุทุมพร ข้าราชการตรวจท่ากระทำการ กรมเจ้าท่า นายจตุๆพร เคว็จดำ บุคลากรตรวจท่าช่ำชองการ กรมเจ้าท่า นายอนพัทย์ กอวนิช หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างชาติ นายเจตวัฒน์ คมขาว หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างชาติ รวมทั้งนายนนทพัขธิ์ อำม์พรพันธ์ หัวหน้าด่านควบคุมโรคติดต่อระหว่างชาติผู้ต้องหา ผู้ต้องหาตามหมายจับทั้งยัง 11 ราย ความผิดพลาดฐาน เป็นเจ้าหน้าที่ เรียก รับ หรือยอมจะรับสินทรัพย์หรือคุณประโยชน์อื่นใดสำหรับตัวเองหรือคนอื่นๆโดยไม่ถูกต้อง เพื่อทำการไหมทำการประการใดในตำแหน่ง ไม่ว่าการนั้นจะถูกใจหรือไม่ดีด้วยหน้าที่ รวมทั้งเป็นเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยไม่ถูกต้อง เพื่อกำเนิดความย่ำแย่แก่ผู้หนึ่งผู้ใดกันแน่ หรือปฏิบัติหรือยกเว้นการกระทำหน้าที่โดยคดโกง ซึ่งมีอัตราโทษจำตารางตั้งแต่ 5 ปีถึง 20 ปี หรือติดตะรางตลอดชีพ แล้วก็ปรับตั้งแต่ 1 แสนบาทถึง 4 แสนบาท หรือประหาร

ผู้ช่วยผู้บังคับบัญชาตำรวจ กล่าวอีกว่าทาง พล.ตำบลอำเภอสุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผู้บังคับบัญชาตำรวจ สั่งให้ พล.ตำบลอำเภอรอย อิงครุ่งโรจน์ รอง ผู้บังคับบัญชาตำรวจ/ผู้อำนวยการศพดส.ตำรวจ แล้วก็ตน ให้ปฏิบัติการขยายผลติดตามจับผู้ที่มีการเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดดังที่กล่าวถึงมาแล้ว ซึ่งมีการแจ้งเหตุร้องเรียนเพิ่มแล้วที่ สภ.สิงคราวคร ภ.จว.จังหวัดสงขลา รวมทั้งขยายผลฟ้องร้องอีก 10 คดี ฟ้องร้องกับผู้ต้องหาปริมาณ 13 ราย ซึ่งหนึ่งในนั้นเป็น นายดีเลิศ รักษาชื่อสกุล ปฏิบัติภารกิจเป็นตัวแทนเรือ (ชิปปิ้ง) ของเรือทั้งยัง 5 ลำ และก็ติดต่อประสานงานนำเรือเข้ารวมทั้งออกมาจากแว่นแคว้น
ข้าราชการจัดการขยายผลเพิ่มอีกจากกรณีของนายยอดเยี่ยม เกี่ยวกับการลักขโมยลอบนำเรือประมงทั้งยัง 5 ลำ เข้าและก็ออกมาจากแว่นแคว้น และสะสมหลักฐานเกี่ยวกับทางการคลังของนายเลิศก็เลยรู้เพิ่มเติมอีกว่ามีการติดต่อประสานงานกับเจ้าหน้าที่รัฐเล็กน้อย เพื่อปฏิบัติงานเสนอผลตอบแทนให้ข้าราชการอำนวยความสะดวกสำหรับในการแนวทางการตรวจเรือเข้ารวมทั้งออกแว่นแคว้น ตำรวจก็เลยเก็บรวบรวมหลักฐานและก็ปฏิบัติงานยื่นขอหมายจับเจ้าหน้าที่รัฐดังที่กล่าวถึงแล้วทั้งยัง 11 ราย ดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว

พล.ตำบลท.สุรเชษฐ์ พูดว่า ในกรณีดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเป็นในกรณีที่สามัญชนรวมทั้งสื่อมวลชน และหน่วยงานจากต่างแดนมีความสนใจมากมายก่ายกอง ด้วยเหตุดังกล่าวก็เลยสั่งให้มีการฟ้องร้องคดีกับผู้ที่มีการเกี่ยวข้องทั้งหมดทั้งปวงจนกระทั่งถึงที่สุด ซึ่งจากการขยายผลในเรื่องที่เรือประมง 5 ลำที่ได้ลักลอบเดินทางออกนอกอาณาเขตโดยฝ่าฝืนคำสั่งของข้าราชการนั้น ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐนิดหน่อย มีการเรียกรับผลตอบแทนเพื่ออำนวยความสะดวกสำหรับเพื่อการทำไม่ดีของผู้ต้องหา กรณีแบบนี้ก็เลยจะต้องมีการฟ้องโดยเด็ดขาดทุกราย เพื่อป้องกันไม่ให้มีเหตุลักษณะแบบนี้เกิดขึ้นอีก และเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับเมืองไทย เกี่ยวกับการกำจัดกระบวนการทำประมงไม่ถูกกฎหมายในสายตาของนานาประเทศอีกด้วย